แข่งกันเล่นกับคำ

Number of View: 2900

จากก่อนหน้านี้ได้เขียนถึง 2 ปรากฏการณ์อันจะว่าแปลกประหลาดก็แปลก จะว่าไม่น่าเชื่อก็ไม่น่าเชื่อจริงๆ คือ เว็บหนังสือพิมพ์ข่าวสดก้าวกระโดดมาเป็นเว็บอันดับต้นๆ ( https://kowit.org/สถิติผู้เข้าชมอันน่าสน/ ) และ เว็บ ohozaa.com สามารถโค้นแชมป์เก่าในเรื่องจำนวนผู้เข้าชมเว็บจาก sanook.com ( https://kowit.org/sanook-com-เสียแชมป์เว็บอันดับหน/ ) ทำเอาผู้คนในแวดวงไอทีและออนไลน์ต่างๆ พากันอึ้งทึ้งและกล่าวขวัญถึงกันอย่างกว้างขวาง

จนในที่สุดก็มีอาฟเตอร์เอ็ฟเฟ็กต์กับเว็บ ohozaa.com ที่ไปทำซ่าโค้นแชมป์เก่าได้ ต้องถูกฟ้องเรื่องการไปนำเนื้อหาจากเว็บต่างๆ มาลงในเว็บตัวเองโดยไม่ได้รับอนุญาต สุดท้ายจะจบอย่างไรยังไม่อาจจะรู้ได้ แต่เจ้าของเว็บ ohazaa.com ก็ได้ทำการปิดเนื้อหาทุกอย่างในเว็บจนหมดสิ้น หรือจะเรียกว่าพลีชีพก็ได้ แต่เรื่องการถอนฟ้องหรือยอมความกันหรือเปล่านั้น ยังไม่รู้ข่าว

บทเรียนในแง่มุมที่ ohazaa สามารถทำได้และทำได้อย่างไร มีหลายแง่มุมที่ให้ได้ศึกษา เช่น เจ้าของเว็บ ohazaa บอกว่าตนเองทำเว็บเองคนเดียว ถึงแม้จะมีเนื้อหาจากที่อื่น แต่ก็น่าศึกษาเพราะ ทำคนเดียวถึงแม้จะเป็นเนื้อหาจากเว็บอื่น ก็ไม่ใช่ทำได้ง่ายๆ ต้องมีความสามารถพอสมควร ในหลายๆ ด้าน ซึ่งเว็บใหญ่ๆ หลายๆ เว็บรวมทั้งเว็บข่าวๆ ต่างๆ เองก็พยายามศึกษาเรียนรู้ในสิ่งที่คนทำ ohozaa ทำ ว่าเข้าทำอย่างไร

ความสามารถพิเศษที่มองเห็นว่าคนทำ ohazaa มีคือ ความสามรถในการทำ SEO หรือการทำ Search Engine Optimize หรือเรียกกันแบบง่ายๆ ว่าทำ SEO คือการทำให้คำที่กำลังได้รับความสนใจสามารถค้นหาแล้วพบได้ในเว็บตน ซึ่งไม่ใช่คำไม่กี่คำแน่ แล้วก็ต้องทำทุกวัน แล้วก็อาศัยระบบเว็บที่ดี การวางโครงสร้างของเว็บหลักเว็บรอง ให้ทำงานร่วมกันเป็นระบบอย่างดี

ความสามารอีกอันนึงคือความสามารถในการทำการเล่นกับ Social Network หลักๆ ก็จะเป็น facebook ซึ่งก็จะเป็นว่าหน้า fanpage ของ ohazaa มีสมาชิกที่ไปกดไลค์หลายแสนพอสมควร แต่การมีเครื่องมือคือ social network อย่างเดียวใครก็คงทำกันได้ แต่สิ่งที่ ohozaa ทำได้ดีก็คือ การรู้จักการเล่นกันสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะการหาเรื่องที่เป็นประเด็นที่คนกำลังสนใจ และที่สำคัญมากๆ และ ohozaa ทำได้และทำได้เหนือกว่าคนอื่นคือ การเล่นกับคำ การสรรค์หาคำหรือเล่นกับประโยค ว่าการคิดหัวข้อมาแต่ละหัวข้อแล้วจะทำให้คนคลิกเข้าไปอ่านต่อในเว็บ ซึ่งก็จะเป็นหัวข้อที่คนอ่านแล้ว อารมณ์จะค้างหรือหงุดหงิดถ้าไม่ได้คลิกเข้าไปอ่านต่อ นี้คือความสามารถพิเศษ ที่เขาทำได้

และอีกความสามารถหนึ่งที่ไม่น่าเชื่อว่าเขาทำได้คนเดียวคือการทำเซิฟเวอร์จากเครื่องคอมพิวเตอร์ธรรมดาให้สามารถรองรับการเข้ามาเยี่ยมชมจากผู้คนได้เป็นล้านคนต่อวันอันนี้ต้องยกนิ้วให้จริงๆ

ในเรื่องของการตั้งหัวข้อเรื่องให้น่าสนใจนั้นถึงแม้มันจะเป็นจุดเด่นหรือจุดขายที่เอาหัวข้อข่าวหรือเอาเรื่องเก่า มาตั้งเป็นหัวข้อใหม่ให้คนสนใจ อีกทางหนึ่งมันก็มีเรื่องของคุณธรรมกับจริยธรรมของคนทำสื่อที่ ไม่ควรบิดเบือน แก้ไข หรือชี้ทางให้คนคิดไปอีกทาง หรือหลายๆ ทาง เพียงเพือต้องการให้คนคลิกเข้าไปอ่านเรื่องของตนเอง โดยเฉพาะเว็บที่เป็นสำนักข่าวที่พยายามทำกัน

ซึ่งหลังจากที่ ohazaa ปิดเนื้อหาทั้งหมดของเว็บเก่าแล้ว หลายๆ คนก็กำลังจ้องมองในสิ่งใหม่ที่เขากำลังทำใหม่ ในเว็บใหม่ ซึ่งก็คงได้ใช้บทเรียนจากเว็บเดิมมาปรับปรุง แต่จะเป็นไปในทางที่ดีกับเว็บอื่นๆ หรือไม่ก็ต้องคอยดูกัน

จากการที่เข้าไปสังเกตุเว็บใหม่ที่คาดว่าเป็นเจ้าของคนเดิมทำนั้น มีบางสิ่งเปลี่ยนไปพอสมควร เช่น การไปเอาเนื้อหามาจากเว็บอื่นเหมือนเดิม รวมทั้งเว็บ social และเว็บบอร์ด แต่ไม่เชิงว่าไปเอาเนื้อหามาจากเว็บข่าวเหมือนเดิม แต่ก็เป็นสิ่งที่เว็บสำนักข่าวใหญ่ๆ หลายเว็บก็ทำกันเป็นปกติอยู่แล้ว ซึ่งคราวนี้เป็นเหมือนการแก้เกมส์ของ ohazaa เพราะคราวนี้เว็บข่าว ต่างๆ จะมาหาว่าเว็บใหม่ของ ohazaa ไปก๊อปข่าวมาจากเว็บข่าวก็คงไม่ใช่แล้ว เพราะเป็นการทำเหมือนกันกับเว็บข่าวต่างๆ ที่ไปเอาเรื่องมากจาก facebook หรือเว็บบอร์ดอย่าง pantip มา

แล้วจุดนี้ก็เสริมจุดด้อยในเรื่องของการสามารถทำให้ ohozaa ใหม่สามารถเขียนหัวเรื่องได้อย่างที่ตนเองต้องการว่าจะให้คนอยากคลิกเข้าไปอ่านมากแค่ไหนก็ได้ ซึ่งเมื่อเห็นหัวข้อแล้วก็อยากเข้าไปอ่านจริงๆ ตรงจุดนี้ต้องเรียกว่าพรสวรรค์ในการเขียนหัวข้อเรื่องใน social network ของ ohozaa จริงๆ แล้วจุดนี้เว็บสำนักข่าวๆ ต่างๆ ก็พยายามเลียนแบบหรือทำให้ได้ดีเช่นกัน ซึ่งเป็นเหมือนสงครามแย่งชิงมวลชนหรือทราฟฟิคคนเข้าเว็บตนเองให้ได้มากๆ จากการเล่นกับคำหรือประโยคนั่นเอง

ถ้ามองสถานะการณ์ในการแย่งชิงทราฟฟิคกันตรงนี้จะเห็นว่า สำนักข่าวต่างๆ เริ่มใช้กลยุทธ์แบบไม่คำนึงถึงอะไรแล้ว คือขอเป็นกลยุทธ์อะไรก็ได้ ที่ทำแล้วให้ได้ทราฟฟิคมา เช่นกลยุทธ์การตั้งหัวข้อข่าวให้คนสนใจจากการไปนำข่าวแปลกๆ โดยเฉพาะจากเมืองจีนมา ซึ่งมีจำนวนเยอะแยะมากมาย แต่มีสิ่งที่ไม่เปิดเผยหรือปิดบังคือ ไม่เผยว่าเรื่องนั้นๆ เป็นเรื่องจากประเทศจีน ทั้งภาพและหัวข้อข่าว จนกว่าคนจะคลิกเข้าไปอ่านต่อในเว็บจากความสงสัย หงุดหงิด อยากรู้ว่าเรื่องอย่างนี้มันจะเกิดได้อย่างไร และในใจคนอ่านมันพยายามคิดอยู่แล้วแหละว่า เรื่องนี้มันเกิดขึ้นที่เมืองไทยเหรอ? แต่พอคลิกเข้าไปอ่านแล้ว มันจะเป็นเรื่องจากเมืองนอกแทบทุกข่าว

และที่ยิ่งแย่ไปกว่านั้นก็คือการใช้กลยุทธิ์ไปนำเนื้อหาที่เป็นภาพและวิดีโอที่บางเรื่องสามารถเรียกได้ว่ามันคือสื่อลามกอนาจารมา ภาพความรุ่นแรงต่าง มาโพสต์ลงในเว็บและโพสต์ผ่าน social แล้วให้คนคลิกเข้าไปดู ซึ่งก็ไม่คิดว่าสำนักข่าวของประเทศไทย จะกล้าทำได้ถึงขนาดนี้เลยทีเดียว

มันไม่น่าจะเรียกว่าถึงเวลาแล้ว แต่จะเรียกวว่าเลยเวลาแล้ว หรือมันเลยเวลามานานแล้ว ที่สำนักข่าวและเว็บต่างๆ ที่กำลังแข่งกันเล่นกับคำและเนื้อหาควรจะให้ความสนใจและคิดถึงความพอดี ของเนื้อหาที่ควรนำมาลงในเว็บตนและโพสต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แข่งดึงคนเข้าเว็บก็แข่งไป แต่ให้มันพอดี นึกถึงว่าตนเองเป็นสื่อควรมีคุณธรรมและจริยธรรมในการนำเสนอบางก็ดี

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.