ใครใคร่ขาย “ขาย”

Number of View: 1063

กระแสการขายกิจการให้ต่างชาติในประเทศไทยตอนนี้กำลังมาแรงมาก
มันเหมือนกับว่าของทุกสิ่งทุกอย่างในประเทศเราถูกไปหรือเปล่า
หรือว่ามันมีทีท่าว่าจะให้ผลตอบแทนดี เขาถึงกล้าทีจะมาซื้อมาลงทุน

โออิชิก็จะขายให้กับกลุ่มทุนจากฮ่องกง แต่ก็แว่วๆมาว่า กลุ่มเบียร์
ช้างก็ไปร่วมวงด้วย เพื่อที่จะทำการเข้าตลาดหุ้นแบบเข้าประตูหลัง
อันนี้ก็ไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน

กลุ่มมิลเลนเนี่ยมสตีล ซึ่งเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของประเทศก็จะขาย
ให้กับกลุ่มทาทาจากประเทศอินเดีย

ที่เรียบร้อยโรงเรียนนอร์เวย์ไปแล้วก็คือดีแทค ที่ทางกลุ่มเบญจรงค์กุล
ได้ขายให้ไปกับทางกลุ่ม เทเลนอร์จาก ประเทศนอร์เวย์ไปเรียบร้อยแล้ว

ทางด้านกฤษฎานครก็กับคุยอยู่กับกลุ่มทุนจากศรีลังกา

แล้วก็มีข่าวแว่วๆมาว่าทางกลุ่มชิน ซึ่งก่อนหน้านี้บอกว่าไม่เคยคิดที่จะขาย
แต่ตอนนี้ก็มีข่าวออกมาว่า กำลังคุยกันอยู่กับกลุ่มซิงเทลจากสิงค์โปร์
แต่ก็ไม่รู้ว่าเชื่อถือได้แค่ไหน

ทางด้านกลุ่มการเงินที่ทราบข่าวก็คือ ธนาคารเอเชียที่ตอนนี้ผู้ถือหุ้นใหญ่
ก็คือ กลุ่ม ยูโอบี จากสิงค์โปร์ และกำลังจะรวมกันกับยูโอบีรันตสิน
แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น ยูโอบีหมด

แล้วก็มีอีกหลายกิจการที่ไม่ได้กล่าวถึง แล้วอยู่ในสภาวะเดียวกันที่กำลัง
โดนหมายตาจากนักลงทุนชาวต่างชาติ

ถ้าลองมองย้อนกลับไปสมัยที่ประเทศเราประสบปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ
ที่ผ่านมา จะเห็นว่าได้มีกลุ่มทุนต่างๆที่ได้เข้ามาซื้อสินทรัพย์ และกิจการ
ต่างๆของคนไทยในราคาที่ถูกมาก บางรายมาแบบจับเสือมือเปล่าก็มี

แล้วก็ร่ำรวยหอบเงินกับบ้านกันเป็นกอบเป็นกำ

สถานะการณ์ตอนนี้กับตอนนั้นไม่เหมือนกันเพราะเราไม่ได้อยู่ในช่วงเศรษฐกิจ
ตกต่ำ แต่มีสิ่งที่เหมือนและคล้ายกันก็คือ เรากำลังเป็นแหล่งช้อปปิ้งกิจการ
ของนักลงทุนจากต่างประเทศ ทั้งที่แบบเข้ามาลงทุนเพียงบางส่วน
และแบบที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

มองได้สองแง่ก็คือ สินทรัพย์ และกิจการต่างๆ เขาประเทศเรา
มันถูกเหรอ และ อย่างที่สองก็คือ กิจการในประเทศไทยกำลังไปได้สวย
และคาดว่าจะให้ผลตอบแทนที่ดี คนเขาจึงสนใจที่จะมาซื้อและมาลงทุน

แต่ถ้ามองในฐานะที่เราเป็นคนในชาติ และผู้ที่กำลังขายกิจการตัวเองล่ะ
เขามองอย่างไร ทำไมถึงต้องขาย

หลายคนคิดว่าน่าจะมองที่ตลาด ที่กำลังจะเกิดการแข่งขันกันอย่างรุนแรง
อันเนื่องมาจากข้อตกลงทางด้านการค้าต่างๆ ทั้ง เอฟทีเอ ต่างๆ ดับบลิวทีโออีก

ใครทุนน้อย ความรู้และเทคโนโลยีไม่ทันสมัย ก็ต้องเจียมเนื้อเจียมตัว
ถ้าขืนดึงดันแข่งไป ก็มีแพ้กับแพ้ ก็เลยต้องถอนตัวก่อนแบบสง่าผ่าเผย
ดีกว่า โดนไล่ไปจนจนตรอก

ถึงวันนี้แล้วคนไทยเราก็คงจะเห็นสัญญาณอะไรบางอย่าง แล้วก็คงเคย
เห็นประสบการณ์บางอย่างว่า ประเทศที่เขาไม่ได้มีกิจการ และไม่ได้ลง
ทุนด้วยตัวเองนั้น เขาประสบชะตากรรมเลวร้ายเช่นไร

แต่เราก็กำลังเดินไปยังจุดนั้น แม้กระทั้งโครงการระดับยักษ์ใหญ่ต่างๆ
ก็ยังจะไปอาศัยมือคนอื่นทำให้ โดยดูถูกว่าตัวเองไม่มีความสามารถพอ

ทั้งเอกชนแล้วก็รัฐบาลยังไม่คิดจะทำอะไรด้วยตัวเองแล้ว กลัวแพ้ตั้งแต่
ยังไม่ได้ทันจะลงแข่ง เราก็ไม่รู้จะเปิดเสรีอะไรต่างๆกันไปทำไม
หรือว่าเรามีปัญญากันแค่นี้จริงๆ

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.