น้ำใจคนเมืองหลวง

Number of View: 2493

การได้รับมาซึ่งน้ำใจจากคน แปลกหน้านั้นเป็นเรื่องที่เราอาจจะคาดเดาว่ามันเป็นไปได้ยาก นั่นก็อาจจะมีความจริงอยู่บ้าง โดยเฉพาะในหลายๆ เรื่องที่เราคาดหวังว่าจะได้รับจากคนไม่รู้จัก และสุดท้ายแล้วเราก็ไม่ได้รับ และเราก็จะบอกเขาว่า ช่างไม่มีน้ำใจ แต่เหตุการณ์ก็ไม่ได้เป็นไปในแบบนั้นทุกครั้งเสมอไป

ผมได้รับน้ำใจจากคนแปลก หน้าโดยไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะต้องทำให้เราถึงเพียงนั้น 2 ครั้งด้วยกันในระยะเวลาแม้จะไม่ติดกันแต่ก็เป็นเรื่องเดียวกันคือรถมีปัญหา

ครั้งแรกกลับบ้านดึก แล้วลืมเติมน้ำมันแล้วบ้านก็อยู่ชานเมืองปั๊มก็ไม่ค่อยมี แต่ก็บังเอิญไปหมดใกล้ร้านขายของชำก็เลยเดินเข้าถามเผื่อว่าเขาจะมีขาย น้ำมันขวด ปรากฎว่าไม่มีแต่เขาก็มีน้ำใจ บอกว่าจะเรียกคนขับมอเตอร์ไซด์ให้พาไปซื้อ ถึงแม้ว่ามันจะดึกแล้วก็ตาม ก็ปรากฎว่าเขาไปตามคนขับมอเตอร์ไซด์ที่ไม่ใช่วินมอเตอร์ไซด์อะไรหรอก ซึ่งเขาก็ได้เขานอนไปแล้ว
แต่เขาก็กุลีกุจอพาเราไปเพื่อจะไปหาซื้อน้ำมัน ตามปั๊ม

ในช่วงนั้นเป็นช่วงที่ ฉอส ไม่ให้มีการซื้อขายน้ำมันถังหรือบรรจุขวดด้วย ไปปั๊มแรกเขาก็ให้เหตุผลแบบนุ่มนวลว่า ไม่มีถังใส่ ไปปั๊มสองก็ไม่มี ปั๊มสามก็ไม่มี จนไปปั๊มสุดท้ายระยะทางเกือบ 10 กิโลเมตรเห็นจะได้ ถึงได้น้ำมันกลับมาเติมรถ ซึ่งคนขับรถที่พาเราไปโดยที่เราไม่ต้องร้องขอว่า ต้องไปปั๊มอื่นนะ และดูแล้วเขาก็ทำด้วยความเต็มใจจริง

นั่นถือว่าเป็นน้ำใจจาก คนแปลกหน้าครั้งนึง ส่วนครั้งต่อมาก็เป็นเรื่องรถเหมือนกัน เป็นการที่ผมเข้าไปจอดรถในซองแล้วมีรถคันอื่นมาจอดต่อขวางหน้าแถมดึงเบรคมือ และใส่เกียร์ไว้เรียบร้อย ก่อนจอดผมก็ถามคนอยู่แถวนั้นนะว่าจอดได้หรือเปล่า เขาก็บอกว่าได้ เราก็ไว้ใจ

ตอนกลับมาหารถเวลาประมาณบ่ายสี่โมง แต่ก็จะไม่เดือดเนื้อร้อนใจเลยถ้าวันนั้นไม่ต้องไปงานแต่งงานเพื่อน เวลานั้นฝนก็ตกพร่ำๆ พอดี ช่างพอดีอะไรอย่างนั้น ไอ้เราก็เลยต้องวิ่งวน ไปวนมาถามคนแถวนั้น ตามตึกต่างๆ ว่าเป็นรถใครยังกับหมาถูกน้ำร้อน ผลสุดท้ายได้คำตอบว่าบริษัทแถวนี้เขาไปเช่าที่ตรงเราจอดเพื่อเป็นที่จอดรถ สำหรับบริษัทเขา วันนี้เขาไปสำนักงานแห่งใหม่กันจะกลับมาอีกทีก็ประมาณ 2-3 ทุ่ม ปกติเวลาประมาณนี้เขาก็ยังไม่กลับกันหรอก แต่วันนี้เขาปิดบริษัทไปกันหมดเลย

เราก็เลยต้องวิ่งวนอีกรอบว่ามีใครที่รู้จักคนใน บริษัทนี้หรือเปล่า เพื่อที่จะได้เบอร์โทรและตามเขามาถอยรถออกให้ แต่ก็ไม่มีใครรู้จัก

ผล สุดท้ายก็เลยไปถามวงเหล้าที่กำลังยืนดื่มข้างถนนแถวนั้น ก็มีน้องผู้ชายคนนึงนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวอาการเมานิดๆ เขาก็กระตือรือร้นออกวิ่งวนถามไถ่ว่าใครเป็นเจ้าของรถให้เราอีกรอบ ถามบ้านไหน ตึกไหนก็ไม่มีใครรู้จักอีก ก็เลยกลับมาตั้งหลักที่วงเหล้าอีก ก็มีพี่คนนึงเขาคิดมาว่าต้องเอาแม่แรงหรือจรเข้าสำหรับยกรถมายกรถที่ล้อหลัง แล้วให้คนหลายๆ คนช่วยกันเข็นออก เขาก็เลยสั่งให้แท็กซี่คันนึงซึ่งวิ่งผ่านมาและเขารู้จักให้ไปเอาจรเข้ที่ ร้านเขามา รอสักพักก็ได้กลับมา แล้วเขาก็สั่งให้คนที่นุงแต่ผ้าขนหนูผืนเดียวไปช่วยเกณฑ์คนให้มาช่วยเข็นให้

พอเอาจรเข้มาก็ใส่เขาไป ไม่ถูกวิธีและคลายแม่แรงกันไม่เป็นสักคน ก็เลยต้องไปตามช่างมาอีกกว่าจะเริ่มการเข็นรถได้ก็นานพอควร

แต่ก็ติดปัญหาที่พื้น ตรงนั้นมาไม่ใช่คอนกรีตเป็นเพียงหินกรวดเวลายกรถแล้วเข็นก็จะติดปัญหาเข็น ไม่ค่อยไปอีก

คน นุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวก็เลยไปหาไม้กระดานสำหรับมารองแม่แรงก่อนจะให้เลื่อน ได้ง่ายๆ อีกครั้ง

ฝน ก็ยังคงตกพร่ำๆ และทุกคนต่างก็ตั้งหน้าตั้งตาและกุลีกุจอเต็มใจช่วยเหลือ แล้วก็เปรอะเปื้อนดินโคลนกันไปตามๆ กัน

การยกรถขึ้นด้วยแม้แรงแล้วเข็นต้องทำเป็น ระยะๆ เพราะพื้นกระดานไม่ค่อยยาว เข็นไปได้ประมาณไม่กี่เซ็นฯ ก็ต้องเอาแผ่นกระดานเดิมออกแล้วมาต่อใหม่เพื่อให้เลื่อนรถได้ง่ายขึ้น ซึ่งเข็นแต่ระรอบก็ไม่ใช่ง่ายๆ เพราะรถนั้นบรรทุกของอยู่ด้วยจึงมีน้ำหนักพอควร ต้องเข็นอยู่ประมาณ 5 รอบเห็นจะได้ �จึงจะพอมีช่องให้รถผมออกมาได้

พอเสร็จเรียบร้อยผมก็ เอาจรเข้ไปส่ง และไหว้ขอบคุณทุกๆ คนที่มีน้ำใจมาช่วยเหลือในครั้งนี้

และก็ให้สินน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ให้กับเขา ซึ่งก็ไม่ได้เป็นการดูถูกว่าเขาทำไปด้วยการต้องการได้รับผลตอบแทน เพราะจากการปฏิบัติของเขาที่ผมได้เห็น มันไม่ได้เป็นการทำเพื่อให้ได้รับสิ่งตอบแทนแต่อย่างใดเลยจริงๆ

จากน้ำใจที่ได้รับจากคน แปลกหน้าทั้งสองครั้ง ผมพอจะมองเห็นอะไรบ้างอย่างได้ว่า การที่สังคมใดสังคมนึงที่อยู่กันแบบพึงพาอาศัยช่วยเหลือซึ่งกันและกันใน เมืองหลวงอย่างกรุงเทพก็ยังพอมีอยู่บ้าง หรืออาจจะยังมีอยู่อีกมากที่เราอาจจะไม่ได้ประสพพบเห็นด้วยตัวเราเอง

หรือแม้กระทั้งตัวผมเอง ก็เป็นเป็นคนแปลกหน้าไปช่วยเหลือคนอื่น โดยที่ไม่ได้รู้จักเขาเหมือนกัน ที่เขียนเรื่องไปก่อนหน้านี้นานแล้ว สองเรื่องคือ ลูกผู้ชายตัวจริง1 และ� ลูกผู้ชายตัวจริง2

และ ก็ยังมีอีกหลายต่อหลายครั้งที่ผมได้รับน้ำใจทั้งจากคนแปลกหน้า และไม่แปลกหน้า

จึง เชื่อแน่ได้ว่า ณ วันนี้ สังคมไทยเรายังคงมีน้ำใจให้กัน

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.