อมฤตยาฮู

Number of View: 1752

พอดีเห็นโครงการของยาฮู Time Capsule ซึ่งจะทำการเก็บเอกสารที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ไว้ให้
ผู้คนในอนาคตสามารถที่จะรู้เรื่องราวในอดีตของคนรุ่นเราว่าทำอะไร ใช้ชีวิตหรือ
มีความเป็นอยู่อย่างไรบ้าง

ทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่า มีความคิดนึงชอบวนเวียนอยู่ในหัวอยู่บ่อยๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับ
ที่ยาฮูจะทำด้วยซ้ำ

เพราะจากการที่ได้ใช้ชีวิตในการเป็นมนุษย์คอมพิวเตอร์อยู่กับคอมทั้งวันทั้งคืน
มานานหลายปีแล้ว และได้เห็นความไม่เที่ยงแท้แน่นอน
ของสรรพสิ่งที่อยู่บนโลกทั้งหลาย และโดยเฉพาะข้อมูลที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลาย
แค่แผ่นดิสก์แผ่นเดียว ก็มีอายุแค่ไม่กี่ปี หรือแม้แต่ฮาร์ดดิสก์ ก็มีสิทธิ์ที่ข้อมูลจะอันตรธาน
หายไปจากเราได้ โดยที่เราไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อน ในแค่ชั่วข้ามคืน

ผมเคยศูนย์เสียข้อมูลไปกับฮาร์ดดิสก์พัง ไปหลายต่อหลายครั้ง จนตอนนี้ทำใจได้แล้ว เพราะก็ยังไม่มีเทคโนโลยี
ที่สามารถหยิบหามาใช้สำหรับการสำรองข้อมูลที่ดีพอได้ แต่ก็ยังพออาศัยแผ่นซีดีที่ถึงแม้
จะมีอายุน้อย แต่ก็ยังพอช่วยในการสำรองข้อมูลไว้ได้บ้าง

แล้วถ้าวันนึงโลกเราเกิดโดนบอมบ์ อาจจะโดยคนด้วยกันเอง หรือแม้แต่ภัยจากนอกโลก
ซึ่งอาจจะเป็นมานาวต่างดุด หรือ อุกาบาตยักษ์ก็แล้วแต่ แล้วโลกกลายเป็นโลกร้าง
เหมือนยุคที่สัตว์โลกตายไปเกือบทั้งโลก ทั้งยุคที่น้ำท่วมโลก หรือน้ำแข็งท่วมโลก

เมื่อถึงวันนั้น เราคงไม่สามารถที่จะมีหลักฐานอะไรที่สามารถให้คนรุ่นหลัง หรือวันนั้นอาจจะไม่มี
มนุษย์เกิดขึ้นมาอีกแล้วก็ได้ อาจจะเป็นว่าสัตว์ที่มีสมองเลิศล้ำเหมือนมนุษย์แล้วกัน ที่เขาพวกนั้น
จะสามารถหาหลักฐานว่าโลกเรายุคนี้สามารถทำอะไรได้บ้าง

สามารถสร้างสิ่งที่มหัศจรรย์สาระพัดเรื่องได้ แต่ก็ไม่สามารถที่จะมีหลักฐานอะไรที่จะคงอยู่
และสามารถสื่อสารกับสิ่งมีชีวิตในอนาคตของโลกได้เลย

คุณอย่าบอกนะว่า จะเก็บของมูลอิเล็กทรอนิกส์ ไว้พร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถสร้างไฟเลี้ยงตัวเอง
แล้วสร้างด้วยวัสดุคุณภาพสูง สามารถมีชีวิตอยู่แล้ว แสดงหน้าจอเล่าเรื่องราวได้ตลอดเวลา
สามารถเล่าประวัติศาสตร์และความรู้ทั้งมวลที่มนุษย์สามารถคิดค้นขึ้นมาได้ และเครื่องคอมเครื่องนี้สามารถ
มีชีวิตอยู่ได้ เป็นแสนๆล้านปี หรืออย่างมาก เอาแค่สักพันปีก่อนก็พอ แล้วเครื่องๆนี้ ก็ถูกเก็บอยู่ในที่ปลอดภัย
หรือในกระจกไส ที่ระเบิดหรืออนุภาคใดๆ ก็ไม่สามารถเข้าไปทำลายได้

ถ้าทำเช่นนั้นได้ก็พออุ่นใจ แต่คิดๆดูแล้ว มันไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน

มันก็เลยทำให้ผมคิดกลับไปว่า ยังไงเราก็คงต้องสร้างหลักฐานแบบปิรามิดของอียิปต์ หรือไม่ก็ชาวมายา
หรือราชวงศ์จิ๋นไว้บ้าง เพราะขนาดแค่ปราสาทขอม แค่ไม่กี่พันปี ก็จะไม่เหลือล่องลอยแล้ว

ที่แน่ๆตอนนี้สิ่งก่อสร้างที่เห็นอยู่ในประเทศไทยถ้าโลกโดนถล่มจริงๆ
ยังมองไม่เห็นว่าจะมีหลักฐานชิ้นไหนบ้างจะคงอยู่ต่อไปเพื่อเป็นหลักฐานได้สักพันปี

แต่ถึงอย่างไรก็ช่างเถอะ ยังไงเราก็ไม่สามารถมีชีวิตที่จะรู้ว่า เมื่ออีกพันปีข้างหน้าโลกจะเป็นอย่างไร
จะสร้างจะทำหลักฐานไปทำไมกัน คงจะเป็นเพราะเราโหยหาความเป็นอมตะให้กับชีวิตตัวเอง
ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว แต่ขอแค่ได้รู้ว่าตัวเองได้สร้างหลักฐานเพื่อให้คนรุ่นหลังได้รู้ว่า
เคยมีเราอยู่ในอดีต แค่นี้ก็สุขใจแล้ว� อย่างนี้ก็น่าจะเรียกได้ว่า เป็นการสนองตัณหานั่นเอง

แต่ก็ไม่ค่อยได้เห็นมนุษย์ที่หาทางออกในการสนองตัณหาการเป็นอมตะให้ตัวเองเท่าไหร่ในยุคนี้
เพราะหลายสิ่งหลายอย่างไม่อำนวยให้คิด ไม่เหมือนในสมัยโบราณ จนกระทั่งมาเห็นโครงการ
Time Casule ของยาฮูนี่เอง ทำให้ได้รู้ว่า ไม่ใช่ผมคนเดียว ที่คิดเรื่องการสนองตัณหาการแสวงหา
ความเป็นอมตะ ขนาดยาฮูเขายังคิดเลย (ฮ่าๆ)

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.