ชาเขียว

Number of View: 1353

เมื่อประมาณ 9-10 ปีที่ผ่านมาผมเพิ่งเริ่มดืมชาจีน ซึ่งปัจจุบันก็ยังดื่ม
ในช่วงนั้นเริ่มมีข่าวตามหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารบางฉบับ
จำไม่ได้แล้ว บอกกว่า ชาเขียวมีประโยชน์มากกว่าชาธรรมดา
ผมก็เลยอยากลองปรากฏว่าไปหาซื้อตามห้างไหนๆก็ไม่มีเลย
ไม่ว่าจะเป็น เซ็นทรัล เดอะมอลล์ หรือห้างไหนๆ มีแต่ชาเขียว
ที่ไม่ใช่ชาจริงๆ แต่เป็นชาจากใบหม่อน ก็เลยไม่ได้ดืมชาเขียวเลย
แต่มีช่วงหนึ่งที่ได้ลองเอาชาดอกมะลิมาดื่ม ก็รสชาดก็ ใช้ได้
แต่มันก็ไม่เหมือนชาจริงๆ เพราะชาจริงนั้นมีเสน่ห์ที่มี คาเฟอีน
เหมือน กาแฟชาดอกมะลิ นั้นมีกลิ่นที่หอม แล้วก็หอมมาก
ผมจำได้ว่า ซื้อมากระปุกเดียว แล้วก็ดืมไม่หมด เพราะทน
กลิ่นที่แรงของมันไม่ได้

หลังจากนั้นอีกหลายปี คือช่วงประมาณ 2-3 ปีที่ผ่านมา
ถ้าผมจำไม่ผิด ก็ได้มีปรากฏการณ์ (ต้องเรียกว่าปรากฏการณ์ )
มีการดื่ม การขาย การพูดถึงชาเขียวกันมากแบบไม่น่าจะเป็นไปได้
อย่างนั้นไม่รู้ว่ามันเริ่มจากตรงจุดไหน ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่ม
ทุกคนหันมาดื่มชาเขียวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ได้รับผลกระทบแม้กระทั่ง สินค้าสำหรับบริโภคชนิดอื่นๆ
ไม่ว่าจะเป็น ขนมรสขาเขียว อะไรๆก็ชาเขียว
ซึ่งคงจะเป็นช่วงประวัติศาสตร์หนึ่งที่น่าสนใจสำหรับประเทศไทย
เหมือนกัน

อาจจะเป็นเพราะ ได้รับกระแสวัฒนธรรมจากเกาหลี และ
ญี่ปุ่นที่ไหลทะลัก เข้ามาประเทศไทย
อย่างแรงในช่วงนี้ก็ได้ เกือบทุกสิ่งทุกอย่าง วัฒนธรรมการแต่งกาย
การใช้ชีวิต การกิน รับมาจากสองประเทศนี้เยอะมากๆ
ซึ่งคงเป็นสิ่งทีจะหยุดไม่ได้แล้วล่ะ เพราะสมัยนี้ข่าวสารมันไวจริงๆ
เพราะเทคโนโลยีของอิเตอร์เน็ต อเมริกาได้ หรือ ญี่ปุ่นได้รู้อะไร
เราก็ได้รู้พร้อมกัน หรือ จะพูดเอาว่า ไม่ว่าไทย หรือ ญี่ปุ่น หรือ
อเมริกา ใครที่มีความไวในการที่จะไปรับรู้ข่าวสารก่อน คนนั้นก็ได้รู้ก่อน
เพราะ สามารถเข้าถึงข้อมูลได้เหมือนกัน

กลับมาถึงเรื่องชาเขียวอีกรอบ หลังจากที่กระแสชาเขียวหยุดไม่อยู่
แล้วในประเทศไทย ก็มีคนที่ได้ประโยชน์จากตรงนี้เป็นกอบเป็นกำ
ถึงตอนนี้ก็ยังตักตวง กอบโกย จากผลพวงของกระแสชาเขียวไม่หมด
และก็ยังมีแนวโน้มที่จะกอบโกยได้ไปอีกนาน

ร้อนถึงยักษ์ใหญ่ในวงการน้ำดื่มจนต้องทนอยู่ไม่ไหวต้องกระโดดมาร่วมวงด้วย
แล้วก็มียักษ์เล็กและราย
ย่อยมีมองเห็นโอกาสตรงนี้เข้ามาร่วมวงก็เยอะแยะ แม้กระทั่งรากหญ้าอย่าง OTOP

แต่กาลกลับกลายเป็นว่าผมไม่อยากดื่มชาเขียวแล้ว เพราะมันแพงเกินเหตุ
ถึงจะให้สะดวกดืมก็เถอะเพราะจริงๆแล้วมันก็คือชาเดียวกัน
จะต่างกันก็วิธีการผลิตเท่านั้น ผมก็เลยขอดืมชา แดงๆ เหลืองๆ
ของผมต่อไปดีกว่า ซึ่งจากการเปรียบเทียบหลังจากได้ดื่มแล้ว
ก็พบว่าไม่ต่างกันเลย ในการที่ได้รับ คาเฟอีน
จากชาเขียวเป็นกล่อง หรือเป็นขวดบรรจุ กับ ชาต้ม
จะมีต่างก็ตรงที่ชาเขียวจะมีกลิ่นหอมเหมือนเพิ่มส่วน
ผสมของชาดอกมะลิ เข้าไปให้มีกลิ่นหอมขึ้นเท่านั้นเอง
ส่วนที่ว่ามันจะมีประโยชน์มาก หรือประโยชน์น้อย
กว่ากัน อันนี้ไม่รู้จริงๆ ปล่อยให้เป็นเรื่องของนักวิทยาศาสตร์เขาไปเถอะ

สิ่งที่น่าจะเก็บมาคิดก็คือว่า จากเมื่อก่อนนั้น 9-10 ปีที่แล้ว
ไม่มีตลาดของชาเขียวเลย แต่ปัจจุบันตลาดของชาเขียวมีมูลค่าหลายพันล้านบาท
และผู้ได้ประโยชน์จากตรงนี้ที่สุดก็คือ ผู้ที่เข้ามาเล่นกับชาเขียวเป็นเจ้าแรกๆ

เพราะฉะนั้นแล้ว มันน่าจะยังมีตลาดของอะไรหลายๆ อย่าง
ที่ยังไม่มีการค้าขายเกิดขึ้น หรือ เกิดแล้วแต่อาจจะยังเล็กอยู่
มันจึงยังมีโอกาสสำหรับผู้ที่มองการณ์ไกล และ มีวิสัยทัศน์เสมอ

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.