โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม

Number of View: 1600

                    ผมเห็นคนที่ได้ฟังข่าว
ไม่ว่าจะเป็นข่าวการเมืองข่าวธุรกิจและยิ่ง ข่าวบันเทิง แล้วเชื่อข่าวซะสนิท
ว่ามันเป็นเรื่องจริง เพียงเพราะแค่ที่มา ของสื่อนั้นน่าเชื่อถือ ผมว่าคนที่เชื่อข่าวเหล่านั้นโดยไม่ได้ใช้ความคิด
คิดว่าข่าวนั้น น่าเชื่อถือหรือน่าจะเป็นความจริงหรือไม่นั้น น่าสงสาร

                    อัลวิน
ทอฟเลอร์ นักเขียนผู้ที่มีอิทธิพลต่อความคิดของชาวโลก ไม่ว่าจะเป็นต่อผู้นำหรือนักธุรกิจในทุกมุมโลก
จากงานเขียนของเขา ไม่ว่าจะเป็น “สงคราม สันติภาพ” “อำนาจใหม่” เขาเคยกล่าวไว้ว่าผู้ที่
มีสื่อและข้อมูลอยู่ในมือ ผู้นั้นคือคนมีอำนาจ

                    จนทำให้ผู้นำของบางประเทศ
ต้องไปซื้อสถานีโทรทัศน์เพื่อหวังที่จะ ให้อำนาจที่ตนมี อยู่กับตัวตลอดไป

                    การเข้ามารับตำแหน่งใหม่ของผู้นำประเทศไหนก็แล้วแต่
รวมทั้ง ประเทศไทย สิ่งแรกในหลายๆสิ่งที่เขาต้องทำก่อนก็คือ เข้าไปกราบไหวและ
คารวะเจ้าของสื่อที่มีอยู่ในประเทศ ทั้งเจ้าของสถานี่โทรทัศน์ เจ้าของ หนังสือพิมพ์

                    เขาทำเพราะอะไร
ก็เพราะเขารู้ว่าคนเหล่านี้มีอำนาจ สามารถที่จะชี้ ให้เขาเป็นหรือตายได้เมื่อไหร่ก็ได้

                    ผมเคยอ่านงานเขียนของใครจำไม่ได้
เมื่อไม่กี่วันนี่เองที่ผ่านมา เขา ทำให้ผมหายสงสัยและหาคำตอบในใจได้ว่า ทำไมอุดมการณ์ของการเป็นสื่อ
ที่ดี จึงทำไม่ได้เต็มที่ เขาก็ให้คำตอบว่าเป็นเพราะสื่อก็ต้องใช้เงินในการ
ดำเนินงาน แล้วผมก็เสริมเติมว่า โดยเฉพาะเจ้าของสื่อที่เห็นแก่ได้ ก็จะไม่
คำนึงความถูกต้องในการนำเสนอเลยว่า การที่เขานำเสนอข่าวหรือไม่ใช่ข่าว อาจจะเป็น
เกมโชว์ เพลง หนัง หรือละครและโดยเฉพาะงานโฆษณา

                    สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้คนเชื่อได้
ถ้าไม่ใช้วิจารณญาณ ผลร้ายอย่างยิ่งต้องตกอยู่กับเยาวชน ที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราว
และกำลังหาแม่แบบ และผู้นำทางความคิด ในการจะเป็นผู้ใหญ่ต่อไป

                    ใครเป็นคนนำแฟชั่นเกาะอก
สายเดี่ยว หรือว่าวัฒนธรรมการมีเพศสัมพันธ์ ก่อนวัยอันสมควรเข้ามาในประเทศเรา
บางที่ไม่ใช่เป็นการนำเข้าด้วยซ้ำ แต่ เป็นการสร้างและแนะนำวัฒนธรรมเหล่านี้ขึ้นในประเทศของตัวเองด้วยซ้ำ

                    จะเป็นใคร
ถ้าไม่ใช่ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่เพื่อวัยรุ่น จะเป็นใครถ้าไม่ใช่ผู้ ทีมีสื่ออยู่ในมือ
ผมไม่โทษว่า ระบบการศึกษาของไทยในปัจจุบันของไทยล้มเหลว ที่การศึกษาของไทยไม่ได้สอนให้คนคิดเป็น

                    แต่เป็นเพราะสื่อมันแรงเกินไป
และเป็นเพราะเจ้าของสื่อและผู้ผลิตรายการ รวมทั้งผู้มีสื่อในมือเห็นแก่ได้ทั้งหลาย
ไม่เคยคิดคำนึงถึงผลเสียผลร้าย ในสิ่งที่ตนเสนอออกมา ให้กับคนทั้งประเทศทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่กระหายจะรับสื่อ
ข่าวสารอยู่ตลอดเวลา

                    และที่ใหญ่หลวงกว่านั้นก็คือ
ต้องโทษผู้นำของประเทศ ผู้สามารถกำหนด นโยบายของประเทศได้ แต่ไม่มีปัญญาไปควบคุมสื่อให้สามารถเสนอแต่สิ่งดีๆ
ให้กับประชาชนของตัวเองได้

                    ทุกวันนี้เราจึงต้องเห็นเยาวชนของประเทศบางคนกำลังคิดจะดูดบุหรี่
เพราะเห็นว่านายกดูดซิกการ์ในข่าวทางทีวีแล้วเท่ห์ดี เราต้องมารับฟังข่าว อันไร้สาระของวงการบันเทิง
ว่าคนนั้นเป็นชู้กับคนนี้ คนนั้นเลิกกับคนนี้ คนนั้น มีเรื่องกับคนนี้ ดาราเป็นบ้าจะโยนลูกทิ้ง
ดาราเป็นตุ๊ด เป็นเกย์

                    แต่หลังจากที่งานหนังงานละคร
และอัลบั้มเพลงเขาพวกที่ตกเป็นข่าวถูกนำ เสนอออกมา ข่าวเหล่านั้นก็เงียบหายไปอย่างรวดเร็ด
ส่วนทางกับชื่อเสียงจากผลงาน ที่กำลังมีและกำลังฮิตและเรทติ้งพุ่งกระฉูด

                    เราต้องทนเห็นผู้นำสาวกเพลงเพื่อชีวิตของประเทศ
ที่บอกชาวบ้านว่า เป็นผู้เรียกร้องความยุติธรรม และเรียกร้องเพื่อชนชั้นล่างหรือฉันกรรมมาชีพของ
ประเทศอยู่ตลอดเวลา มาก้มกราบและเป็นทาสรับใช้ให้กับ ผู้ผลิตเหล้าที่คอย ให้เยาวชนมาเสพติดและพัฒนาสู่สิ่งเสพติดประเภทอื่นต่อไป

                    ผู้ผลิตเหล้าที่มาคอยโฆษณาชวนเชื่อหลอกให้ชนชั้นกรรมาชีพของประเทศ
ที่ผู้นำสาวกเพลงเพื่อชีวิตห่วงใย ให้ไปซื้อเหล้าเบียร์ที่เขาผลิต ถึงแม้จะเป็นคนหาเช้า
กินค่ำ แต่ผู้นำสาวกก็พยายามมาพูดกรอกหูผ่านหน้าจอทีวีให้ไปกินทุกวัน

                    เราต้องทนเห็นเยาวชนของประเทศที่กำลังเอาอย่าง
และเลียนแบบ ศิลปินจากค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ ศิลปินทำอะไรก็เป็นสิ่งถูกต้องสวยงามไปหมด
เลียนแบบและเอาอย่างแม้กระทั้งการใช้ชีวิต ที่มัวเมาของศิลปิน

                    เราต้องทนเห็นผู้ผลิตรายการเกมโชว์ไร้สาระ
นำเสนอเกมตอบปัญหาติ๊งต๊อง รายการวาไรตี้สัมภาษณ์ดาราในแง่มุมที่ลึกซึ้งแต่ไม่ได้สาระอะไรเลย
ในบางรายการ เป็นการโปรโมตดาว หรือดันดาว หรือชมดาว ที่กำลังต้องการโปรโมตผลงานในช่วงนั้น
ด้วยซ้ำและรายการเหล่านั้นก็พยายามป้อน และเผยแพร่ลัทธิบริโภคนิยมให้กับคนชม
เพราะเห็นแก่ได้ เห็นแก่เงินที่เข้ามาโฆษณากับรายการของตัวเอง

                    ในแง่มุมที่เลวร้ายของสื่อที่กล่าวมานั้น
ก็ยังพอมีมุมดีๆของสื่อ ที่เยาวชนที่ยังพอมี ความคิด สามารถจำแนกแยกแยะออกได้ว่า
สิ่งไหนควรบริโภคหรือไม่ควรบริโภค หนังสือหรือรายการไหนมีสาระ หนังสือหรือรายการไหนที่ไร้สาระ

                    ในมุมของข่าวนั้น
ผู้ที่มีความคิดก็ยังพอที่จะรู้จัก อ่านข่าวไม่ใช่แค่จากฉบับเดียว แล้วเชื่อ
หรือ ดูข่าวจากช่องเดียวแล้วเชื่อ แต่รู้จักนำข่าวเดียวกันจากหลายๆที่แล้วนำมา
ทำการวิเคราะห์ว่าน่าเชื่อถือหรือไม่ ไม่ใช่หลับหูหลับตาเชื่ออย่างเดียว

                    ที่กล่าวมาทั้งหมด
ก็ไม่ต้องให้ทิ้งสื่อไปเสียที่เดียว และก็ไม่ต้องการให้บ้าสื่อ เพื่อที่จะทำการเลือกหรือวิเคระห์ให้รอบคอบ
ก็คงไม่ต้องถึงขนาดนั้น ก็คงใช้ชีวิตปกติเหมือนเดิมแต่ว่าให้รู้จักใช้วิจารณญาณในการรับสื่อมากกว่าเดิมก็แล้วก็กัน

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.