ความรักที่กลับมา (ยุคเศรษฐกิจตกสะเก็ด)

Number of View: 1185

ฉันยังคงยืนมือไม้สั่น ตื่นเต้นและงุนงง กับสิ่งที่ได้ยินจากเครื่องตอบรับทางโทรศัพท์ “เมย์ นี่ผมเองนะ ผมอยากคุยกับคุณ หวังว่าคุณจะยังคงจำวัฒน์ได้ใช่ไหม เมย์เปลี่ยนเบอร์มือถือทำไมไม่บอกผมเลย แล้วผมจะขอโทรหาอีกครั้งนะ” นี่นับเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีที่เลิกกันมา…วัฒน์….ผู้ชายที่จากไปพร้อมกับหัวใจของฉัน อดีตของฉัน และความทรงจำแห่งช่วงชีวิตชีวิตมหาวิทยาลัยของฉัน ฉันยังคงจำได้ ยังได้ยินถึงเสียงสุดท้ายในวันที่เราจากกัน วันที่ฉันมีน้ำตามากมาย ออดอ้อน วิงวอนเพื่อให้ความรักของฉันกลับมา และความเย็นชา สีหน้าเยือกเย็นพร้อมสิ่งที่เขาบอก “ผมว่าพอได้แล้วนะเมย์ เราจะคบกันแบบเด็กๆ อย่างนี้ตลอดไปหรือ ผมคิดไม่เหมือนคุณนะ คนเราถ้าไม่ทะเยอทะยาน ไม่มุ่งมั่นกับชีวิต ปล่อยแต่ละวันผ่านไปเรื่อยๆ ก็ต้องย่ำอยู่กับที่ วันนี้ผมขอเลือกทางเดินของผมแล้วกัน เมย์ไปเถอะ เราพูดกันนานมากแล้ว”

วัฒน์ไม่แม้แต่จะเหลียวมามองภาพที่ฉันยืนกรีดร้องอย่างไม่อายใคร เสียงคร่ำครวญโหยหาของฉัน ความรัก 4 ปีที่ผ่านมา จบลงอย่างไม่สวยเอาซะเลย ในวันพิธีจบการศึกษานั่นเอง วัฒน์กับฉันพบกันตั้งแต่สมัยปีหนึ่ง เราเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน ฉันยังจำวันที่เราพบกันได้ในค่ายรับน้อง ผู้ชายหน้าตี๋แต่ตัวโตผู้มีแววตามุ่งมั่น คนที่ถูกรุ่นพี่จับคู่ให้เล่นเกมส์ เกือบตลอดทั้งงาน ไม่รู้อะไรทำให้เราถูกจับคู่กันอยู่เสมอ จากวันนั้น กลายเป็นความสนิทสนม วัฒน์มีหลายๆ อย่างที่ฉันชอบ และชื่นชม ความมุ่งมั่น ความจริงจังของเขา ที่เพื่อนหลายๆ คนเคยมองว่ามันคือความ “เห็นแก่ตัว เห็นแก่เงิน” แต่ฉันไม่คิดเช่นนั้น ช่างสิ ! ใครจะมารู้จักวัฒน์ได้ดีเท่าฉันล่ะ? ก็บ้านเขาไม่ได้มาจากครอบครัวร่ำรวยเหมือนอย่างเพื่อนๆ นี่ การที่เขาจะให้เราออกเงินคนละครึ่งยามไปไหนต่อไหนด้วยกัน การที่ฉันต้องเลี้ยงเขาในบางครั้ง แม้จะบ่อยไปบ้าง การที่เขาอาศัยรถของฉันหรือ “ยืม” ขับไปไหนๆ การที่บางครั้งจะหยิบยืมเงินทองฉันบ้าง ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่นา เรื่องธรรมดาของคนเป็นแฟนกัน อย่างน้อยเขาก็ยังมีความคิดดี มีอุดมการณ์ในอนาคตดีกว่าแฟนเพื่อนๆ ที่เขาเรียกกันว่า “หนุ่มไฮโซ” ที่เอาแต่เทียวไปเทียวมาในรถหรูๆ นั่นก็แล้วกัน! “วันหนึ่งแล้วผมจะต้องรวยให้ได้ ไม่เชื่อเมย์คอยดูก็แล้วกัน ผมไม่ยอมเป็นไอ้โง่จมปลักจากต่างจังหวัดอย่างที่เป็นอยู่ตลอดไปหรอก” วัฒน์บอกฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า …….กริ๊ง…กริ๊ง….. ฉันพรวดพราดตื่นจากภวังค์เพื่อรับสายทันทีที่โทรศัพท์มันดัง เอ๊ะ ไม่สิ ฉันควรจะเว้นระยะหน่อยนะ เดี๋ยวเขาหาว่าฉันรอเขา ก็เสียฟอร์ม์แย่เลยสิ “สวัสดีค่ะ” “……………..” ปลายสายเงียบไป ฉันเตรียมตัวจะย้ำ “ส..วั……” “เมย์ใช่มั๊ย นี่วัฒน์นะ” “วัฒน์……….มี…มีอะไรเหรอ” ฉันกลั้นใจทำเสียงเป็นปกติ ไม่ให้ดูตื่นเต้นจนเกินงาม “เมย์…..เป็นอย่างไรบ้างน่ะ ผมคิดถึงเมย์จัง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ……….” วัฒน์ส่งคำทักทายมากมายหลายประโยค ฉันไม่ได้ยินหรอก ความตื่นเต้นมันกลบหูฉันไปหมด “เมย์…ยังฟังอยู่หรือเปล่า” เสียงของวัฒน์เรียกสติฉันคืนมา “ฟังสิคะ ว่าแต่วัฒน์มีอะไร” “…….เมย์ เออ ผมไม่อยากพูดถึงมันนะ แต่ดูเหมือน เมย์ยังไม่ยกโทษเรื่องเก่าๆ ให้ผมใช่ไหม?” เรื่องเก่าๆ ! ดูเถอะ ผู้ชายคนนี้พูดยังกับมันเป็นเรื่องไร้สาระเล็กๆ น้อยๆ เขาทิ้งฉันเพื่อไปหาแม่รุ่นน้องสาวสวยที่เรียนภาคอินเตอร์ ลูกสาวเจ้าของธุรกิจนำเข้ารถยนต์ยี่ห้อดังนี่ เขาเรียกเรื่องเก่าๆ ใช่ไหมน่ะ! “เปล่าค่ะ เมย์ไม่ได้สนใจอะไรหรอก ยังไงเราก็เป็นเพื่อนกัน ว่าแต่วันนี้วัฒน์มีอะไรจะให้เมย์ช่วย” นี่….ฉันแอบกัดเล็กน้อย ก็สมัยก่อนน่ะ เขาจะเสียเงินโทรมือถือมาหาฉันทีก็ต้องมีเรื่องให้ช่วย ไอ้จะโทรมาคิดถึงเยี่ยงแฟนน่ะ อย่าหวัง “เปลืองเงินเปลืองทองจะตาย ผมไม่ใช่พวกวัยรุ่นคาบช้อนเงินช้อนทองนี่นา มือถือผมมีไว้ติดต่อธุระ” วัฒน์เคยบอก “ผมโทรมาเพราะคิดถึงเมย์เฉยๆ นะ ไม่ได้พบกันนาน ก็เป็นห่วง อยากจะรู้ว่าเดี๋ยวนี้เมย์เป็นยังไงบ้าง ได้ข่าวว่าเมย์เข้าทำงานที่บริษัทมือถือใช่ไหม ไอ้เล็กมันเคยบอกผม” “ค่ะ ทำไมคะ อยากซื้อมือถือเหรอคะ” ฉันถามเพราะเริ่มระแวงว่า มามุขนี้จะให้ช่วยชัวร์ๆ “ไม่ใช่……..ไม่ใช่นะจ๊ะเมย์ …….โธ่…เราคุยกันดีๆ หน่อยน่า นี่…ผมคิดถึงเมย์นะ ใจจริงอยากโทรมาตั้งนานแล้ว แต่ไม่ว่างเลย นี่ผมพึ่งลงมากรุงเทพน่ะ” “ค่ะ…” ก็ฉันไม่รู้จะพูดอะไรนี่ งงน่ะ มีหรือคนอย่างวัฒน์จะติดต่อฉันมาโดยไม่ต้องการสิ่งตอบแทน! เอาล่ะ เป็นไงเป็นกัน ขอถามตรงจุดไปเลยดีกว่า “ลงมาหาน้องฝ้ายหรือคะ” นี่เลย…เอาไปเลย…ขอฉันถามสิ่งที่อยากรู้หน่อยเถอะ น้องใหม่ลูกเศรษฐีที่ใครๆ ก็ว่าวัฒน์คิดจะ “เกาะ” นั่นน่ะ ยังดีๆ กันอยู่หรือเปล่า “…………..” เงียบ ไม่มีเสียงตอบจากวัฒน์ “ผมลงมาเพื่อติดต่อเพื่อนเก่าๆ นะ คิดถึงเมย์ด้วย ดีใจที่ยังอยู่ที่เดิม เมย์เล่นเปลี่ยนมือถือ และไม่ยอมติดต่อผมเลย ผมก็เป็นห่วงนะ อยากรู้ว่าเมย์ยังเหมือนเดิมอยู่รึเปล่า” มามุขนี้โดนเขาเขี่ยทิ้งมาแล้วเป็นแน่แท้ “แล้วน้องฝ้าย?” ฉันไม่ละความพยายาม ฉันไม่ใช่คนเดิมแล้ววัฒน์เอ๋ย อย่างน้อยฉันก็ไม่สงบปากสงบคำเหมือนแต่ก่อนแล้วนี่ ฉันอยากรู้ ฉันก็จะถาม “เราเลิกกันนานแล้ว น้องฝ้ายไปเรียนต่ออเมริกา เขาจะแต่งงานปลายปีนี้แหล่ะ กับตำรวจน่ะ ที่นามสกุล…………” ฮ่าๆๆ ในที่สุดสิ่งที่ฉันเดาก็ถูกต้อง คนอย่างน้องฝ้ายเขาจะลงจากฟ้ามาหาวัฒน์ได้ง่ายๆ หรือ บ้านเขา ครอบครัวเขา สังคมเขามากมาย ไม่มีทาง ฉันแอบสะใจแกมสงสาร เมื่อวัฒน์เอ่ยถึงนามสกุลของแฟนใหม่น้องฝ้าย หึๆๆ เชื้อเจ้าซะด้วย จริงๆ ฉันเคยอ่านในคอลัมม์ซุบซิบนานแล้วล่ะ แต่อยากจะกรีดใจวัฒน์เล่นๆ ทีเขายังทำกับฉันได้เลยนี่ “เมย์ ผมอยากเจอเมย์นะ ผมมีอะไรจะบอกเมย์ ผมมีหลายสิ่งหลายอย่างอยากให้เมย์รู้ ผมอยากถ่ายทอดความรู้สึก ความสำนึก ความเป็นห่วงของผม ที่เมย์อาจจะไม่เคยรู้ ให้เมย์ได้รับรู้ เมย์…เมย์จ๋า เมย์ยังเป็นคนเดิมอยู่ใช่ไหม ยังสดใส ร่าเริง มีเพื่อนมากมายเหมือนเดิมใช่ไหม อย่างที่ผม…เอ่อ…ชื่นชมน่ะเมย์” อึ้งค่ะ เจอมุขนี้ถึงกับงง อยู่ๆ เขาเป็นอะไรขึ้นมาล่ะเนี่ย “ผมอยากเจอเมย์นะ เมย์…ว่ายังไง ผมมีเรื่องอยกาคุยกับเมย์ที่สุดเลย ผมอยากเล่าถึงสิ่งที่ทำให้ผมค้นพบตัวเอง สิ่งที่ทำให้ผมคิดได้ สิ่งที่ทำให้รู้ว่าผมเป็นห่วงและคิดถึงใครมากที่สุด ผมมีสิ่งนั้นอยากบอกกับเมย์ เราเจอกันหน่อยได้ไหม” นี่เขาไปบวชมาหรือไงเนี่ย? ฉันคิด ถึงได้ค้นพบอะไรๆ ของเขาน่ะ “เอ่อ…แต่เมย์ไม่ค่อยว่าง” ขอเล่นตัวหน่อยแล้วกัน เดี๋ยวเขาจะหาว่าฉันสิ้นไร้ไม่ตรอก ต้องยอมกลับไปใจอ่อนให้เขาง่ายๆ “ วันไหนก็ได้เมย์ ผมจะรอ ว่าแต่ผมขอเบอร์มือถือนะเมย์ เราจะได้ติดต่อกันได้ง่ายขึ้นไง” ……………………………………………………………….
ฉันคงต้องยอมรับกับตัวเองจริงๆ แล้วล่ะว่า ฉันไม่เคยลืมเขา ก็เขาเป็นรักแรกของฉันนี่ ฉันยังจำความสุข ความสดชื่น ยามเราเป็นคู่รักกันได้ ยังจำคืนวันที่โหดร้ายยามความรักของฉันจบลงอย่างไม่เป็นท่า น้ำตามากมายที่เสียไปไม่ได้ทำลบวัฒน์ออกจากใจฉันเลยแม้แต่น้อย คืนวันที่ผ่านพ้นมาไม่ได้ช่วยให้ฉันหลงลืมเขาเลย ลึกๆ ในใจ ฉันยังคงหวังอยู่เสมอว่า…วัฒน์จะกลับมา แต่เมื่อชีวิตต้องดำเนินต่อไป ฉันก็ไม่ได้จมปลักอยู่แต่กับอดีต แต่ตอนนี้……ความรักของฉันกำลังจะกลับมาแล้วใช่ไหม??? จิตใต้สำนึกของฉันเฝ้าเพียรถามตัวเอง ตั้งแต่วันนั้นมา วัฒน์เผ้าโทรหาฉัน เช้า กลางวัน เย็น อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน วัฒน์เฝ้าเพียรพยายามจะขอนัดเจอกับฉันให้ได้ แต่ฉันก็บ่ายเบี่ยงตลอดมา หึๆๆ นึกว่าฉันจะเป็นเหมือนคนก่อนรึ? ฉันถามเขาบางครั้งบางคราวเกี่ยวกับการงานของเขา (นี่ฉันเริ่มเป็นห่วงเขาแล้วหรือนี่ !) วัฒน์เล่าให้ฟังคร่าวๆ ว่า เขาและเพื่อนอีกหลายคน ถูกเลย์ออฟจากงานประจำที่ทำมาตั้งแต่เรียนจบ เนื่องจากพิษทางเศรษฐกิจยังคงรุนแรง โดยเฉพาะบริษัทก่อสร้างและจัดสรรที่เขาทำอยู่ วัฒน์ไม่พูดอะไรมากเกี่ยวกับตัวเอง เขาเพียงแต่บอกว่า “แล้วผมจะเล่าทุกสิ่งให้ฟังเมื่อเราได้พบกัน เมย์ ให้ผมเจอเถอะนะ แล้วคุณจะรู้ถึงความหวังดีของผม” เราได้คุยกันจากสั้นๆ ก็เป็นยาวขึ้น นานขึ้น ฉันสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในตัววัฒน์ เขาดูอ่อนโยน สุขุม มีความอดทนมากขึ้น ที่สำคัญคือ มองอะไรกว้างขึ้น วัฒน์พูดกับฉันในครั้งหนึ่งว่า “เมย์รู้ไหม ตั้งแต่ผมค้นพบตัวเองและคิดได้น่ะ ผมเข้าใจหลายๆ อย่างในชีวิตอย่างละเอียดเชียวล่ะ ผมเข้าใจแล้วว่าผมได้ใช้ชีวิตอย่างเลื่อนลอยและผิดพลาดมาตลอด ผมมุ่งมั่น ทะเยอทะยานในทางที่ผิดมาตลอด ผมมัวแต่คิดถึงแต่ตัวเอง หลงลืมแม้กระทั่งคนใกล้ตัวที่ผมควรจะเป็นห่วงเป็นใยอย่างที่สุด ตั้งแต่ผมคิดได้ ผมก็ไม่เคยให้อภัยตัวเองเลย ที่ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยมาจนป่านนี้ ผมหวังว่ามันคงยังไม่สายเกินไปใช่ไหมเมย์” ฉันทำเป็นไม่ได้ยินและรีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันที คอยดูเถอะวัฒน์ ฉันไม่ใช่ “เมย์ใจดี” คนเดิมแล้วนี่นะ ขอเล่นตัวหน่อยเถอะ ฉันจะต้องดู ต้องให้เห็นชัดเจนว่า เขาอยากเจอฉันจริงๆ และมีความอดทนมากพอ ฉันจะไม่ “กระโจน” ใส่เขาง่ายๆ อีกแล้ว วัฒน์เฝ้าย้ำกับฉันว่า “สิ่งที่ผมค้นพบ ทำให้ผมหันกลับมามองตัวเอง และคนรอบข้างอย่างที่ไม่เคยมองมาก่อน ทำให้ผมได้รู้ว่า เราควรมอบความห่วงใยให้คนรอบข้าง ก่อนที่จะสายเกินไป” ตายแล้ว! ในที่สุดเขาก็คิดได้ นี่เขาคงต้องไปบวชมาแน่ๆ เลย ผ่านมาครบหนึ่งเดือนพอดีที่ฉันบ่ายเบี่ยงมาตลอด และวัฒน์เฝ้าเพียรพยายามจะติดต่อฉัน พูดคุยให้ฉันใจอ่อนยอมเจอเขา ฉันต้องยอมรับกับตัวเองจริงๆ ว่าเรื่องราวในอดีตที่วัฒน์พร่ำพูดให้ฉันหวนระลึกถึงนั้น มีผลต่อฉันมากจริงๆ อย่างน้อยก็ทำให้ฉันฝันถึงคืนวันเหล่านั้นได้เกือบทุกคืนเชียวล่ะ ………… วันอาทิตย์นี้แล้วสินะ ที่ฉันจะยอมเจอกับวัฒน์ วันอาทิตย์นี้แล้วใช่ไหม ใจฉันพร้อมหรือยัง ก็เขาแสดงออกอย่างชัดเจนขนาดนั้นว่าเขาเป็นห่วงเป็นใย ที่สำคัญ เขาอดทนได้นานเหมือนกันนี่ หรือเขาจะ…จะ…จะกลับมาหาฉันจริงๆ??? ฉันตื่นแต่เช้า…ยัง ยังเช้าเกินไป เรานัดกัน 10 โมงเช้าที่ “ร้านประจำ” ใกล้มหาวิทยาลัยเก่าของเรานี่นา นี่มันพึ่งจะเก้าโมงเท่านั้นเอง! เขาต้องเป็นคนรอฉันล่ะ ฉันอาบน้ำ แต่งตัว เตรียมพร้อมจะยุรยาตรออกจากบ้านด้วยรถยนต์คันเดิมของฉัน ก็คันที่วัฒน์เคยยืม และแอบขับไปรับน้องฝ้ายลับหลังฉันนั่นแหล่ะ! ฉันปิดโทรศัพท์มือถือ ฮ่าๆๆ วัฒน์คงต้องรอหน่อยนะ อยากเจอจริงก็ต้องพิสูจน์กันหน่อย ฉันไปถึงที่นัดเวลาเที่ยงครึ่ง วัฒน์เดินออกมารับทันทีด้วยท่าทางที่ยินดี วัฒน์…เขายังเหมือนเดิม สูง สง่า เป็นที่เหลียวมองของสาวๆ ได้เหมือนเช่นเคย “ผมเป็นห่วงแทบแย่ กลัวว่าเมย์จะเป็นอะไร ผมโทรไปที่บ้านก็ไม่มีคนรับสาย มือถือก็ติดต่อไม่ได้ แต่ผมตั้งใจจะรอจนกว่าจะเจอเมย์ ผมดีใจมากรู้ไหม เมย์………. ในที่สุดเราก็ได้พบกันอีก” ฉันยิ้ม…ไม่ตอบอะไร “เมย์สวยขึ้นมากนะ” อ๋อ ….แน่นอนสิ ฉันคิด “ทานอะไรก่อนดีกว่า” เราเริ่มต้นกันง่ายๆ ด้วยอาหารโปรดแบบเดิมที่เราเคยสั่ง วัฒน์คุยเก่งขึ้นมาก ฉันกลายเป็นฝ่ายยิ้มเอาๆ เท่านั้น วัฒน์เฝ้าเพียรถามไถ่ ห่วงใยถึงชีวิตความเป็นไปของฉันด้วยสายตาที่อ่อนโยน…แบบที่แต่ก่อนฉันไม่เคยเห็นตลอดเวลา 4 ปีที่เราคบกัน! จากนั้นวัฒน์ชวนฉันไปดูหนัง “แนวโรแมนติกแบบที่เมย์ชอบไง” แบบที่วัฒน์เคยทำหน้าขยะแขยงใส่เมื่อแต่ก่อนนั่นน่ะ ฉันแอบคิด นี่เขากลับมาหาฉันแล้วจริงๆ หรือ? ฉันเฝ้าถามตัวเอง ฉันฝันไปหรือเปล่า “วันนี้ผมมีความสุขมากเลยนะเมย์” วัฒน์สบตาฉันแล้วพูด “ผมว่ามันถึงเวลาแล้ว ผมพร้อมแล้วที่จะบอกเมย์เกี่ยวกับสิ่งที่ผมได้ค้นพบ” ฉันเริ่มตื่นเต้น นี่…นี่เขาจะบอก…ว่ารักฉันใช่ไหม? วัฒน์จับมือฉันแล้วมองตา…นิ่ง “เมย์ตอบผมได้ไหม…ตรงๆ ว่าเมย์พร้อม พร้อมที่จะสร้างอนาคตและความก้าวหน้าร่วมกับผม เหมือนอย่างที่เราเคยฝันกัน อนาคตที่มั่นคงไงเมย์ ตอนนี้ผมพร้อมแล้ว ผมอยากได้ยินคำตอบจากเมย์ก่อนที่ผมจะมอบสิ่งหนึ่งให้ สิ่งที่ผมค้นพบ และเตรียมมาให้เมย์โดยเฉพาะ” นี่….เขาขอฉันแต่งงานหรือนี่? ตายล่ะสิ ทำไมมันรวดเร็วอย่างนี้ล่ะ? โอ๊ย พ่อจ๋าแม่จ๋า ลูกไม่ทันตั้งตัวเลย ฉันจะตอบยังไงดี? ใครก็ได้ช่วยด้วย!!!! “เมย์พร้อมที่จะฟังแล้วใช่ไหม” วัฒน์ถามฉัน เขายังคงจับมือราวกับว่าฉันเป็นของสำคัญที่กลัวจะหลุดหายไป ฉันก้มหน้านิ่ง ไม่ตอบ อึ้ง สมองงุนงงไปหมด โอพระเจ้า…..นี่มันอะไรกัน ความรักของฉันกลับมาแล้วจริงๆ หรือ ทำไมมันมาอย่างกระทันหันอย่างนี้นะ ฉัน…ฉันจะทำอย่างไรดี “เมย์..ผมสัญญาว่า หลังจากที่เมย์ตกลง พร้อมจะสร้างอนาคตร่วมกับผม ผมจะไม่ทิ้งเมย์ไปไหนอีก เราจะอยู่เคียงข้าง เกื้อหนุนกัน ผมจะมาหาเมย์ทุกครั้งที่เมย์ต้องการ ผมจะอยู่ข้างเมย์ตลอดไป ตราบเท่าที่เมย์ยังต้องการผมอยู่ ขอเพียงคำตกลงจากเมย์เท่านั้นเอง” โอ๊ยยยยย…ฉันจะทำยังไงดี คิดอะไรไม่ออกแล้ว มันตื่นเต้น ตื้นตันไปหมด วัฒน์กุมมือฉันไว้ด้วยสองมือของเขา มองหน้าฉัน สบตาอย่างมุ่งมัน แล้วหยิบสิ่งหนึ่งขึ้นมาจากกระเป๋าของเขา “สิ่งนี้จะแทนคำสัญญา แทนคำอธิบาย แทนความห่วงใยทั้งหมดที่ผมมีต่อเมย์ และเป็นสิ่งยืนยีนว่าผมหวังดีต่อเมย์มาตลอด อย่างไม่เคยลืมเลือน” ………………………..
ฉันขับรถคันเก่าออกมาอย่างไม่ใยดีต่อเสียงเรียกของวัฒน์ ไม่สนใจคำพร่ำพรรณาของเขาอีกต่อไป ให้ตายสิ นี่เขาทำให้ฉันเสียเวลามาขนาดนี้เชียวหรือ วัฒน์ ไอ้คนหน้าเงิน ไม่เคยเปลี่ยนเลย ฉันเกลียดมัน…กริ๊งๆๆๆ โทรศัพท์มือถือฉันดังขึ้น “เมย์ ฟังผมก่อน กลับมาคุยกันก่อนสิจ๊ะ เมย์ ใจเย็นๆ…” “ไปลงนรกซะเหอะวัฒน์ “ ฉันพูดได้แค่นั้น และปิดบทสนทนาลงอย่างไร้เยื่อใย หัวเราะให้กับตัวเอง สะใจจริงๆ กับการกลับมาของความรัก หวนนึกถึงภาพสุดท้ายเมื่อชั่วครู่ก่อนที่ฉันจะผละจากเขามาอย่างไม่ใยดี กระดาษ ปากกา และคำพูดจากผู้ชายที่ฉัน “เกือบ” ยกหัวใจคืนให้อีกครั้ง………… “เพียงแต่เมย์สมัครเป็นสมาชิกกับผม เราก็จะได้สร้างอนาคตที่มั่นคงร่วมกัน เมย์ช่วยผม และผมช่วยเมย์ มีปัญหาก็ติดต่อผมได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผมจะคอยดูแล เอาใจใส่เมย์ตลอด เมย์เห็นไหม นี่เพราะผมเป็นห่วง และอยากให้เมย์มีอนาคตที่มั่นคงนะ พอผมตัดสินใจสมัครปุ๊บ ผมนึกถึงเมย์เป็นคนแรกเลย เมย์เพื่อนเยอะ คงจะหาดาวน์ไลน์ได้ง่ายๆ คนที่ผมเห็นควรจะเสนอทางเลือกให้คนแรกคือเมย์ ที่ผมหวังดีด้วยเสมอมาไงจ๊ะ”
ฮ่วย……. คนขาย “แอมเวร”นี่หว่า!!!
จากคุณ : ลูกโซ่

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.