ฝนตกลงบนสีดา !

Number of View: 1543

บ่ายนี้ขับรถออกไปส่งของ
แทนคนขับรถที่เพิ่งลาออกไป
ระหว่างทางฝนตกหยดโปรย
ผมขับรถผ่านหน้าโรงเรียนเก่า
เห็นเด็กนักเรียนทั้งประถมและมัธยม
มีร้านอินเตอร์เนต ร้านเกมส์ ร้านหนังสือ
ทุกสิ่งที่ผมคุ้นเคย เป็นความพลุกพล่านธรรมดา

ผมหันไปมองด้านซ้าย คนงานนั่งติดรถมาด้วย
ทั้งสองกำลังมองซ้ายทีขวาที เหมือนไม่เคยเห็น
ผมนึกในใจ สังคมนี้ต่างกับบ้านของเขาเหลือเกิน
ผมโตมากับสิ่งเหล่านี้ ความฟุ่มเฟือย เทคโนโลยี
แต่พวกเขาโตมาในทุ่งนา ในสวน ในไร่

ในขณะที่เขาไม่มีน้ำจะกินจะใช้ ตากแดดทำงาน
ชีวิตผมกลับมีแต่ความสุขสบาย มีรถมีน้ำมีแอร์
ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น ก็พอจะเปรียบได้ถึงความต่าง

ระหว่างที่เขาสองคนชวนกันชี้ดูสิ่งต่างๆข้างนอก
กระจกหน้ารถก็เต็มไปด้วยหยดน้ำเล็กๆ
ผมถามเขาว่า เรียนจบชั้นอะไรมา
คำตอบที่ได้ก็คือ คนหนึ่งจบป. 4 อีกคนจบป. 6

ผมถามอีกว่า ทำไมไม่เรียนให้สูงๆล่ะ
เขาเล่าให้ฟังว่า ไม่มีเงินเรียน ถ้าจะเรียนต่อ
ก็ต้องเข้าไปในอำเภอ (ในจังหวัดชัยภูมิ)

เขาไม่มีโอกาสที่จะได้เรียน…………..
จึงต้องเข้ากรุงเทพฯ มาเป็นกรรมกรแบกหาม
….อีกคนที่จบป. 4 ก็ยังอ่านหนังสือไม่ออก

ใบหน้าของทั้งสองมีริ้วรอยแห่งความแก่
รอยต่างๆ ความหยาบกระด้างที่มองเห็น
เป็นหลักฐานแห่งความยากลำบากในชีวิต

รถมาหยุดลงข้างกำแพง ภายในมีสวน
ทั้งสองชี้ให้กันดู เรียกร่ำๆ สีดาๆ
ผมถามว่าอะไรหรือ ……….
เขาชี้ให้ดู บอกว่า บังต้นกล้วยเน้อ
อ่อ ข้างหลังต้นกล้วยมีต้นฝรั่งอยู่
เขาเรียกว่าฝรั่งสีดา ผมไม่รู้จัก
มันอร่อยมั้ยล่ะ ผมถาม
ก็อร่อยดีเน้อ เขาตอบ

ความรู้ไม่ได้อยู่เฉพาะในโรงเรียน

ไม่จำเป็นต้องมาจากคุณครู

โอกาสในการเรียนรู้อยู่ที่ตัวเรา

เพียงแต่ว่าพวกเขานั้นยังไม่เคยเห็นหนทาง

แม้เพียงสักทางที่จะกล้าในการศึกษาสิ่งรอบตัว

คนที่อยู่ในตำแหน่ง ในสังคม ในฐานะที่ต่างกัน
ต่างก็มีความทุกข์เป็นของตน ………………….
เมื่อคุณคิดว่า พ้นจากทุกข์ตรงนี้ไปแล้ว
มีกิน มีใช้ มีเงินจับจ่ายใช้สอย ไม่อดอยาก

พอพ้นขอบของความยากจน ชะโงกหัวออกมาไม่ทันไร
ก็พบว่า ความทุกข์มาพร้อมกับเงินอีกเช่นกัน
จะวางตัวยังไงในสังคม ที่มีกฏเกณฑ์
จะแก่งแย่งแข่งขันอย่างไร จึงจะได้เป็นที่หนึ่ง
ทำเช่นไรถึงจะเป็นที่ยอมรับสำหรับทุกคน
มีเงินแล้ว อยู่ได้แล้ว แต่ยังอยากมีอำนาจ
อยากให้คนนับหน้าถือตา ให้ความเคารพยกย่อง

ความทุกข์เกิดขึ้นอย่างไม่มีจบสิ้น
มันไม่ได้อยู่ที่ว่ารวยจน เป็นผู้แพ้หรือชนะ
ความทุกข์อยู่ในความคิด อยู่ในจิตอันซับซ้อน

เมื่อเราอยาก อยาก อยาก ตัวเราจะไม่นิ่ง
จะสั่น สั่นเหมือนอิเล็กตรอนที่มีพลังงานมาก
ไม่มั่นคงดั่งหมอกประจุลบที่อยู่ห่างนิวเคลียส
ความอยาก ความโลภ ความต้องการบังตา
ทำให้เราสับสน ไม่เคยพอ ไม่รู้สึกเต็มอิ่มพอใจ

ในอีกด้านหนึ่งของอะตอม ใกล้ๆแก่นกลางชิดนิวตรอน
มีอิเล็กตรอนอีกพวกที่มีพลังงานต่ำ ไม่โดดไปมา
อยู่อย่างเสถียร รอคอยเวลาเมื่อพลังงานเพียงพอ
ก็จะกระโดดออกไป สร้างสรรค์ในสิ่งที่ปรารถนา
และหวนกลับมาสู่สถานที่สงบ นิ่งงัน

ความทุกข์นั้นอยู่ที่เรา
แต่คงไม่มีใครปฏิเสธใช่ไหม
ว่าความทุกข์ที่เราประสบอยู่

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก
อกหัก ไม่สมหวัง ไม่เข้าใจ
เหงา เปล่าเปลี่ยว สิ้นหวัง
เกรดตก สอบไม่ผ่าน
ทะเลาะกับเพื่อน
และปัญหาใดใด

เทียบไม่ได้กับพวกเขา
……………คนไม่มีจะกิน

และถ้าให้เรามอง
พวกเขาคือ
คนที่ไม่มีอนาคต

ฝนตกลงบนสีดา
ฟางแห้ง ดินแตก
ฝนตกลงมาแล้ว
มีข้าว มีน้ำ มีปลา
รอดตายอีกหนึ่งวัน

คิดถึงโฆษณา ที่มีแม่เฒ่าสองคน
นั่งอยู่ในกระท่อมจากกลางทุ่งร้าง
ร้องเพลง และร้องไห้ ……………….

ชีวิตของแกทั้งสอง คงดับดิ้น
อยู่กลางผืนนาแห้งแล้ง
มีเพียงความหวัง ว่าจะมีชีวิต
ไปได้อีกสักวัน เท่านั้นเอง

สิ่งหนึ่งที่น่าจดจำไว้ ก็คือ

ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร
เราไม่ควรดูถูกเขาเลย
ถ้าเราน้อมรับ และมองเขา
อย่างที่เขาเป็น คุณจะพบความต่าง
และในความต่างนั้น คุณจะพบสิ่งใหม่ๆ

มีหลายสิ่งที่งดงามให้เราเรียนรู้ได้เสมอ
ในความเรียบง่าย หรือความยุ่งยาก
ความบริสุทธิ์ ความเป็นจริงที่แท้
ซ่อนอยู่ภายในเสมอ

รับไว้ด้วยจิตที่ผ่องใส
และไร้กังวล

แล้วฝนจะตกลงบนสีดา

http://thaidiarist.com/diary/GOLFee

จากคุณ : GOLFee – [2 มิ.ย. 45 01:09:41

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.